Support
Nature Cos-Med Creation (NCC)
088-4979556 (LINE), 095-7673067
Your shopping cart
ดูตะกร้าสินค้าของคุณ
ไม่มีสินค้าในตะกร้าของคุณ

เวชสำอางความต่างที่เห็นผล

วันที่: 28/01/2011 14:02  | thai_faherb@hotmail.com  | Hits 19666 | ความคิดเห็น 0

 

ทำไมแนวโน้มตลาดเวชสำอางทั่วโลกจึงพุ่งขึ้น

  

       จากการสำรวจตลาดเครื่องสำอางในกลุ่ม Skin Care ทั่วโลกพบว่า    ตลาดที่มีอัตราการเจริญเติบโตเร็วที่สุดก็คือ ตลาดเวชสำอาง (Cosmeceutical Market) ซึ่งมีมูลค่าการตลาดสูงถึง 55,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ!

       ตัวเลขนี้ได้มาจากการประชุมประจำปีทางด้านเวชสำอางครั้งที่ 5 (5th Annual Cosmeceutical Conference) เมื่อวันที่ 26 – 27 มิถุนายน 2008 ที่ผ่านมานี้ ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรม Marriott East side ในกรุงนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

       หัวข้อหลักๆ ที่พูดถึงกันมากในงานนี้ก็คือ Skin care ในกลุ่ม Anti-aging, Anti-acne และเครื่องสำอางสำหรับคนสีผิว   โดยผู้ที่ได้รับเชิญมาพูดในงานนี้ก็ล้วนแต่เป็นแพทย์และผู้ที่เชี่ยวชาญโดยตรง

       ในงานนี้ Navin Geria คอลัมนิสต์ชื่อดังของ Happi magazine ได้พูดย้ำให้เห็นว่า ผู้หญิงส่วนใหญ่ในปัจจุบันนี้มีความคาดหวังและต้องการใช้เครื่องสำอางที่ใช้แล้วเห็นผลจริงและเห็นผลเร็ว!  แต่ส่วนใหญ่มักจะผิดหวังกับการได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้องจากการโฆษณา   ตัวอย่างที่เห็นชัดก็คือสินค้าแบรนด์เนมหลายยี่ห้อได้นำเสนอเครื่องสำอางที่มีราคาสูงโดยอ้างว่าเห็นผลอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูง

       นอกจากนี้คุณ Navin Geria ยังได้พูดถึงแนวโน้มใหญ่ที่จะเกิดขึ้นทั่วโลกก็คือ เทคโนโลยีจะมีบทบาทสำคัญมากในการเปลี่ยนแปลงตลาดเครื่องสำอางในอนาคต อย่างเช่นนวัตกรรมใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น

       และยังระบุไว้ด้วยว่า คนมีแนวโน้มที่จะหลีกเลี่ยงการผ่าตัดศัลยกรรมความงามและการใช้โบท๊อกซ์ให้น้อยลง โดยจะหันมาเน้นเรื่อง ความสวยจากภายในสู่ภายนอก (Beautiful inside and out)   ดังนั้นผู้บริโภคจึงเริ่มมาสนใจการกินอาหารเสริมหรือวิตามินที่จะช่วยให้ดีขึ้นทั้งด้านสุขภาพและผิวพรรณ

       จูเลีย แมคนามารา รองประธานของ Datamonitor ได้พูดถึงแนวโน้มในอนาคตของเวชสำอางในอเมริกา โดยเน้นย้ำว่า พฤติกรรมการซื้อเครื่องสำอางของผู้บริโภคในอเมริกาเองหรือที่อื่นๆ ทั่วโลก จะซื้อเนื่องจาก “มีการแนะนำกันแบบปากต่อปาก”

       นักพูดอีกคนที่น่าสนใจในงานก็คือ Dr. Andrew F. Alexis ซึ่งเป็นผู้อำนวยการของ Skin of Color Center จากโรงพยาบาล St. Luke’s-Roosevelt และเป็นผู้ที่ได้พัฒนาเวชสำอางสำหรับคนสีผิวขึ้นมา

       ไฮไลต์ในหัวเรื่องนี้ก็คือ เขาได้ชื้ให้เห็นว่า เวชสำอางสำหรับคนสีผิวนั้น ซึ่งรวมไปถึงคนอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน, ลาตินและคนเชื้อสายเอเชีย ต่างก็ใช้จ่ายเงินไปถึง 1.9 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐต่อปี ไปกับการซื้อเครื่องสำอาง ซึ่งเครื่องสำอางที่พวกเขาหาซื้อกันก็คือ ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้สีผิวสว่างขึ้น ขาวขึ้นและดูสดใส และแน่นอนว่าพวกเขาก็ไม่ได้สนใจว่าจะเป็น ไฮโดรคิวโนน, Arbutin, Kojic acid, retinols, licorice, niacinamide, AHA หรือ Vitamin C + Eขอแต่เพียงให้สีผิวของตนเองดูดีขึ้น, สว่างขึ้น, ขาวใสขึ้นเท่านั้น! — นั่นเป็นสิ่งที่พวกเขาพอใจและต้องการ

       เช่นเดียวกับประเทศไทยเรา พฤติกรรมเช่นนี้ของคนไทยเราก็ไม่ได้แตกต่างไปจากของคนสีผิวในอเมริกาหรือที่อื่นๆ ทั่วโลก    เพราะถึงอย่างไรเสียคนเอเชียก็ยังมีค่านิยมที่อยากให้ผิวหน้าที่ขาวใส บ่งบอกถึงความสวยงาม จะเห็นได้จากดารา นักร้อง ศิลปินที่แข่งกันขาวตามกระแสทั่วโลก

       จะเห็นว่ามีเพียงเวชสำอาง (Cosmeceutical) เท่านั้น ที่จะสนองตอบความต้องการ การเห็นผลจริงและรวดเร็วเช่นนี้ได้ หลายคนได้ยินคำว่า “เวชสำอาง” กันมามากแล้ว... แต่อาจไม่มั่นใจว่าเคยได้สัมผัสกับเวชสำอางของจริง หรือไม่

      สนใจติดต่อผู้เชี่ยวชาญเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางอีเมล์และเวบบอร์ดครับ

 

ความคิดเห็น

วันที่: 29-10-2020

พิมพ์อักขระที่คุณเห็นในภาพด้านล่าง
ตัวอักษรเป็นตัวพิมพ์เล็กหรือใหญ่็ได้
แสดงความคิดเห็น
All Comments: 0   Pages: 1/1
 

 

 

ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ

เลือกใช้เวชสำอาง"ฟาร์เฮิร์บ" (Fa^HERB®)

และอาหารเสริม"อิสยา" (Is~Ya®)

โดยทีมแพทย์ - เภสัชกร